สาระสำคัญ
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลคำสั่งโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง, คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา, แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้านและบริษัทต่างๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานด้านต่าง ๆ
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
4. การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ในหน่วยงาน
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถกำหนดชุดคำสั่ง (Programmed) เพื่อให้เกิดการรับข้อมูลจากส่วนนำเข้า (Input Unit) แล้วนำมาทำการประมวลผล (Processing) ให้เกิดเป็นสารสนเทศในส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ที่เกิดประโยชน์และเราเก็บสารสนเทศเหล่านี้ไว้ในส่วนสำรองข้อมูล (Secondary Storage) ที่เราสามารถนำกลับมาใช้หรือปรับแก้ได้ตามต้องการ
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กไปถีงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการทำงาน ซับซ้อนเพียงใดก็ตาม เมื่อเราพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่ามี องค์ประกอบเหมือนกัน คือ ส่วนนำเข้า (Input) ส่วนประมวลผล (Process) ส่วนแสดงผล (Output) และส่วนเก็บข้อมูล (Storage)ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เราเรียกว่า พีซี ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยจะเห็นได้ว่า พีซีมีส่วนของอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า ซึ่งจะนำข้อมูลเข้าไปสู่ส่วนการประมวลผล กลางที่อยู่ในเครื่อง (กล่องสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของจอภาพที่เรียกว่า โปรเซสเซอร์ ลักษณะกล่องวางเป็นแนวตั้งเราเรียกว่า "ทาวเวอร์" (Tower) เพราะมีลักษณะเหมือนหอคอย นิยมตั้งไว้ที่พื้นเพื่อประหยัดเนื้อที่ทำงาน) โดยผ่านอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า เมาส์ คีย์บอร์ด หรือไมโครโฟนและแสดงผลในส่วนแสดงผลโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า จอภาพหรือเครื่องพิมพ์และถ้ามีเสียงก็จะส่งออกทางลำโพงได้เช่นกันและถ้าต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ ก็จะเก็บข้อมูลไว้ในส่วนสำรองข้อมูลโดยผ่านเครื่องอ่านและเขียนแผ่นดิสก์เก็ต ปัจจุบันที่นิยมใช้ จะเป็นแผ่นดิสก์เก็ต ที่มีขนาด 3 ? นิ้ว หรือเก็บไว้ในเครื่องอ่านหรือเขียนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถนำข้อมูลออกมาใช้ได้สะดวกและรวดเร็วกว่า นอกจากนี้เราอาจเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่องอ่านและเขียน CD-ROM ในลักษณะข้อมูลที่เป็นดิจิตอล
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
1. ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้
ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกันคือ
ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วก็ควรจะให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีของเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการจะฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1 การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้
คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้โดยอัตโนมัติ
1.2 การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไป
ให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2. ความสามารถในการเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดย
ทั่วไปอาจเก็บข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ใช้งานได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือโดยทั่วไปขนาด 200 หน้า อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัว ซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวัน แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัว หรือเท่ากับเก็บหนังสือไว้ในตัวได้หลายร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้มากมายมหาศาลนี้ ทำให้มีประโยชน์ในการเก็บบันทึกเรื่องราว ข้อความ สถิติ หรือภาพต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล ซึ่งจะนำมาอธิบายในตอนต่อ ๆ ไป
ปัจจุบันมีงานที่เราต้องเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง อาทิ เช่น
2.1 งานทะเบียนราษฎร์มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
คอมพิวเตอร์ คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความสามารถในการแปลภาษาและประมวลผลคำสั่งโปรแกรมในการรับรู้ข้อมูลเข้าไปในเครื่อง, คำนวณทางด้านคณิตศาสตร์และตรรกวิทยา, แสดงผลลัพธ์สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้ในหน่วยงาน ห้างร้านและบริษัทต่างๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถหลายประการด้วยกันคือความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆ รายงานและสืบค้นข้อมูลได้รวดเร็ว ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกสำนักงานมีการนำเข้าไปประยุกต์ใช้กับงานด้านต่าง ๆ
สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
4. การนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปใช้ในหน่วยงาน
1. ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) หมายถึง อุปกรณ์ทางอิเล็คทรอนิกส์ ที่สามารถกำหนดชุดคำสั่ง (Programmed) เพื่อให้เกิดการรับข้อมูลจากส่วนนำเข้า (Input Unit) แล้วนำมาทำการประมวลผล (Processing) ให้เกิดเป็นสารสนเทศในส่วนแสดงผลลัพธ์ (Output Unit) ที่เกิดประโยชน์และเราเก็บสารสนเทศเหล่านี้ไว้ในส่วนสำรองข้อมูล (Secondary Storage) ที่เราสามารถนำกลับมาใช้หรือปรับแก้ได้ตามต้องการ
2. องค์ประกอบพื้นฐานของคอมพิวเตอร์
องค์ประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กไปถีงคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีการทำงาน ซับซ้อนเพียงใดก็ตาม เมื่อเราพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่ามี องค์ประกอบเหมือนกัน คือ ส่วนนำเข้า (Input) ส่วนประมวลผล (Process) ส่วนแสดงผล (Output) และส่วนเก็บข้อมูล (Storage)ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือที่เราเรียกว่า พีซี ที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยจะเห็นได้ว่า พีซีมีส่วนของอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า ซึ่งจะนำข้อมูลเข้าไปสู่ส่วนการประมวลผล กลางที่อยู่ในเครื่อง (กล่องสี่เหลี่ยมด้านซ้ายของจอภาพที่เรียกว่า โปรเซสเซอร์ ลักษณะกล่องวางเป็นแนวตั้งเราเรียกว่า "ทาวเวอร์" (Tower) เพราะมีลักษณะเหมือนหอคอย นิยมตั้งไว้ที่พื้นเพื่อประหยัดเนื้อที่ทำงาน) โดยผ่านอุปกรณ์ที่เราเรียกว่า เมาส์ คีย์บอร์ด หรือไมโครโฟนและแสดงผลในส่วนแสดงผลโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า จอภาพหรือเครื่องพิมพ์และถ้ามีเสียงก็จะส่งออกทางลำโพงได้เช่นกันและถ้าต้องการเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ ก็จะเก็บข้อมูลไว้ในส่วนสำรองข้อมูลโดยผ่านเครื่องอ่านและเขียนแผ่นดิสก์เก็ต ปัจจุบันที่นิยมใช้ จะเป็นแผ่นดิสก์เก็ต ที่มีขนาด 3 ? นิ้ว หรือเก็บไว้ในเครื่องอ่านหรือเขียนฮาร์ดดิสก์ ที่สามารถนำข้อมูลออกมาใช้ได้สะดวกและรวดเร็วกว่า นอกจากนี้เราอาจเก็บข้อมูลลงในอุปกรณ์ที่เรียกว่าเครื่องอ่านและเขียน CD-ROM ในลักษณะข้อมูลที่เป็นดิจิตอล
3. ความสามารถของคอมพิวเตอร์
1. ความสามารถในการเก็บบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ คอมพิวเตอร์จะทำงานได้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากจนถึงกับต้องมีการจัดซื้อจัดหาไปใช้
ในหน่วยงาน ห้างร้าน และบริษัทต่าง ๆ นั้น เป็นเพราะความสามารถสำคัญหลายประการด้วยกันคือ
ต้องมีข้อมูล และถ้าจะให้ดีและรวดเร็วก็ควรจะให้คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลเข้าไปทำงานได้โดยอัตโนมัติเสียด้วย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็มนั้นสามารถอ่านบัตรเอทีเอ็มซึ่งบันทึกหมายเลขบัญชีของเจ้าของบัตร และรับข้อมูลว่า เจ้าของบัตรต้องการจะฝากหรือถอนเงินได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างอื่น ๆ ได้แก่
1.1 การใช้ดินสอฝนบนกระดาษคำตอบข้อสอบ แล้วนำไปเข้าเครื่องอ่าน เพื่อให้
คอมพิวเตอร์ตรวจข้อสอบและคิดคะแนนสอบได้โดยอัตโนมัติ
1.2 การใช้รหัสแท่งติดบนฉลากสินค้า แล้วใช้เครื่องอ่านรหัสแท่งอ่านเพื่อส่งไป
ให้คอมพิวเตอร์ค้นว่าสินค้านั้นมีราคาเท่าใด
2. ความสามารถในการเก็บข้อมูลเอาไว้ใช้งานได้เป็นจำนวนมาก ๆ คอมพิวเตอร์โดย
ทั่วไปอาจเก็บข้อมูลต่าง ๆ เอาไว้ใช้งานได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น หนังสือโดยทั่วไปขนาด 200 หน้า อาจจะมีตัวหนังสือรวมกันทั้งหมดประมาณ 500,000 ตัว ซึ่งนับว่ามากแล้วและกว่าเราจะอ่านจบก็ต้องใช้เวลานานหลายวัน แต่คอมพิวเตอร์ทั่วไปเวลานี้สามารถเก็บข้อมูลต่าง ๆ ได้เทียบเท่ากับตัวอักษรหลายล้านตัว หรือเท่ากับเก็บหนังสือไว้ในตัวได้หลายร้อยเล่ม การที่คอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้มากมายมหาศาลนี้ ทำให้มีประโยชน์ในการเก็บบันทึกเรื่องราว ข้อความ สถิติ หรือภาพต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดแนวคิดเกี่ยวกับฐานข้อมูล ซึ่งจะนำมาอธิบายในตอนต่อ ๆ ไป
ปัจจุบันมีงานที่เราต้องเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์มากมายหลายอย่าง อาทิ เช่น
2.1 งานทะเบียนราษฎร์มีการเก็บข้อมูลของประชาชนทั้งประเทศไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว
2.2 งานบริการหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพนักงานโทรศัพท์หมายเลข 13 มีการเก็บชื่อ
ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้เช่าเลขหมายโทรศัพท์เอาไว้ในคอมพิวเตอร์แล้ว เมื่อ เราสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใด พนักงานก็จะค้นหาหมายเลขโทรศัพท์นั้นให้
2.3 งานเวชระเบียนมีการเก็บรายละเอียดและประวัติของผู้ป่วยตามโรงพยาบาล
ต่าง ๆ เอาไว้ในระบบคอมพิวเตอร์แล้ว
3. การค้นหาข้อมูล การเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ เอาไว้นั้น หากไม่มีระบบการเก็บที่ดีพอ ก็เหมือนกับการนำกระดาษเอกสารมากองสุมกัน เมื่อเราต้องการค้นหาเอกสารสักเรื่องหนึ่งก็จะเป็นการยากและเสียเวลามากที่จะรื้อกองเอกสารนั้นให้พบเรื่องที่ต้องการ ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คิดวิธีการและระบบต่าง ๆ ในการเก็บข้อมูลไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ให้ค้นหาเรื่องที่ต้องการออกมาได้โดยง่าย ปัจจุบันการค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก หน่วยงานหลายแห่งได้เก็บข้อมูลเอาไว้มากมาย แต่ถ้าหากเก็บแล้วค้นคืนมาใช้ไม่ได้ ข้อมูลเหล่านั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าที่ควร
ตัวอย่างการค้นหาข้อมูลที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมี อาทิ
3.1 การค้นหาว่านามสกุลที่ตั้งใหม่นั้นซ้ำกับของผู้ใดบ้างหรือไม่ จำเป็นจะต้องค้นและตรวจสอบกับนามสกุลของคนทั้งประเทศ
3.2 การค้นหาว่าลายนิ้วมือแฝงที่พบบนแก้วน้ำในห้องที่เกิดอาชญากรรมนั้นตรง
กับลายนิ้วมือผู้ใดที่ได้บันทึกเก็บไว้หรือไม่
3.3 การค้นหาชื่อเจ้าของรถยนต์ที่ขับรถชนคนแล้วขับหนี แต่ผู้เห็นเหตุการณ์ได้
จดหมายเลขทะเบียนรถยนต์เอาไว้แล้วส่งมาให้
4. ความสามารถในการคำนวณได้อย่างรวดเร็ว เป็นความสามารถสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างมหาศาลในกิจการทั่วไปไม่เฉพาะแต่เพียงด้านที่เกี่ยวกับการคำนวณอย่างเช่น งานวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเท่านั้น คอมพิวเตอร์ในปัจจุบันนี้มีความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็วมาก แม้เครื่องขนาดเล็กก็ยังสามารถคำนวณได้รวดเร็ว ขนาดบวกเลขได้หลายล้านจำนวนต่อวินาที
ตัวอย่างประโยชน์จากความสามารถในการคำนวณได้รวดเร็ว คือ
4.1 การวิเคราะห์ออกแบบอาคารสูงหลายสิบชั้น จำเป็นจะต้องแก้สมการหลายร้อยสมการซึ่งสุดวิสัยที่ผู้ใดจะคำนวณได้ในเวลาอันสั้น ถ้าหากให้วิศวกรโยธาคำนวณวิเคราะห์ อาคารสูงขนาด 50 ชั้น อาจจะต้องใช้เวลานานนับปี แต่ถ้าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น
4.2 การจัดทำภาพถ่ายดาวเทียมสำหรับพยากรณ์อากาศนั้น จำเป็นจะต้องทำการ
คำนวณเป็นปริมาณมากมายมหาศาล ถ้าหากไม่มีคอมพิวเตอร์ชนิดสมรรถนะสูงแล้วเราจะไม่สามารถนำสัญญาณภาพจากดาวเทียมมาแปลงเป็นภาพถ่ายได้เลย
4.3 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ทบวงมหาวิทยาลัยจัดสอบเป็นประจำทุกปีนั้น จะมี
นักเรียนมาสอบมากถึงหนึ่งแสนคน การคิดคะแนน การจัดจำแนก และเปรียบเทียบคะแนนตามสาขาวิชาที่นักเรียนสมัคร เพื่อให้ได้ชื่อผู้ที่สอบคัดเลือกได้นั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเดือน ถ้าหากไม่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย
5. ความสามารถในการสร้างภาพลายเส้น หรือภาพกราฟฟิก (Graphic) ทำให้เราอาจสร้างภาพกราฟแบบต่าง ๆ ทั้งกราฟแท่ง กราฟเส้น กราฟวงกลม หรือแม้แต่ภาพลายเส้น และภาพถ่ายได้ง่าย ส่งผลให้เกิดแนวคิดด้านการ “นำเสนอผลงาน” หรือ “การบรรยายสรุป” ที่ใช้ภาพกราฟฟิกประกอบเพื่อช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจรายละเอียดต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าการอ่าน หรือดูแต่เพียงตารางที่มีตัวเลขเต็มพรืด ความสามารถนี้ทำให้คอมพิวเตอร์เดินทางไเพื่อจัดพิมพ์รายงาน หรือเพื่อจัดทำเป็นแผ่นโปร่งใสประกอบการบรรยายสรุปได้
5.3 หน่วยงานอาจจัดทำระบบประวัติข้าราชการซึ่งบรรจุภาพถ่ายของเจ้าของ
ประวัติไว้ด้วย เมื่อค้นหาประวัติของผู้ใดก็จะได้ปถึงโต๊ะของผู้บริหารมากขึ้นเนื่องจากเพียงแค่ใช้นิ้วกดคำสั่งเท่านั้น ผู้บริหารก็สามารถเรียกค้นดูแนวโน้มของเรื่องต่าง ๆ ได้โดยง่าย เช่น
5.1 ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ อาจใช้คอมพิวเตอร์แสดงแนวโน้มของความต้องการ
บริการของประชาชนเป็นกราฟเส้นได้ ทำให้ผู้บริหารสามารถคาดคะเนความสามารถของหน่วยงานได้ชัดเจนขึ้น
5.2 ผู้บริหารอาจสั่งให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลการใช้งบประมาณด้านต่าง ๆ ในรอบปี
งบประมาณมาจัดทำเป็นกราฟวงกลม เห็นภาพถ่ายของผู้นั้นพร้อมกันไปด้วย ทำให้การพิจารณาความดีความชอบง่ายขึ้น ไม่ผิดฝาผิดตัว
6. ความสามารถในการควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่น ๆ คอมพิวเตอร์นั้นทำงานได้
รวดเร็วกว่ามนุษย์ ดังนั้นจึงเหมาะที่จะนำไปใช้การทำงานที่ต้องอาศัยความรวดเร็วมาก ๆ เช่น ใช้ควบคุมเครื่องจักรในโรงงาน หรือควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น
6.1 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงจักร
ไฟฟ้า
6.2 การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมการส่งก๊าซธรรมชาติจากโรงงานแยกก๊าซที่ระยองเข้าสู่ท่อส่งก๊าซไปยังโรงจักรไฟฟ้าที่บางปะกง
สรุป
ความสามารถของคอมพิวเตอร์มีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษา ปัญญา
ประดิษฐ์และการใช้งานส่วนบุคคลจะมีการเจริญเติบโตมากกว่าทางด้านอื่นๆ คอมพิวเตอร์มีบทบาททุกหน่วยงานซึ่งต้องอาศัยการส่งข้อมูลข่าวสารและการเก็บข้อมูล สามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนั้นยังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการออกแบบ การนำเสนอผลงาน การบันเทิง ฉะนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน
แหล่งอ้างอิง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น